อย่าทำให้ประสิทธิภาพของสมองของคุณลดลง

Photo by David Travis on Unsplash

Don’t lose your Brainpower

เมื่อ Dave อายุห้าขวบ แม่ของเขาให้ท่องหมายเลขโทรศัพท์บ้าน เพราะในตอนนั้นโทรศัพท์เป็นช่องทางพื้นฐานในการสื่อสารกับคนอื่นๆ แม่ให้เขาท่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาสามารถพูดหมายเลขออกมาได้อย่างอัตโนมัติ แม้เวลาผ่านไปนานยี่สิบปี เขาก็ยังจำได้ 

แต่เมื่อเดือนก่อนเขาพยายามนึกเบอร์โทรศัพท์ของภรรยา ซึ่งบันทึกไว้ในโทรศัพท์เมื่อแปดปีที่แล้ว เพราะไอโฟนของเขาเปิดเครื่องไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นเขาจำเป็นต้องติดต่อภรรยาจริงๆ แต่เขาจดจำเบอร์โทรนั้นไม่ได้ ในเวลาที่เขาต้องการข้อมูล เขากลับไม่มีข้อมูลให้เรียกใช้ ทั้งๆที่เป็นข้อมูลที่เราจำเป็นต้องรู้

“และนี่จึงเป็นเบอร์โทรศัพท์เบอร์แรกที่เขาจดจำในรอบหลายปีที่ผ่านมา”

วันก่อน Dave เจอตัวเลขง่ายๆ คือเขาต้องการเพิ่มภาษีในใบเสร็จยี่สิบเปอร์เซ็น เขาเปิดเครื่องคิดเลขในคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติแล้วก็พิมพ์ตัวเลขลงไป ทั้งๆที่เขาเองก็เก่งคณิตศาสตร์

“ยิ่งเทคโนโลยีมีความยอดเยี่ยมมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อสมองมากขึ้นเท่านั้นเป็นเพราะเราจะใช้สมองน้อยลง” 

เมื่อสองสามปีที่ผ่านมีการศึกษาเกี่ยวกับความจำและกระบวนการทางจิตที่มีต่อเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสายงานด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เขาศึกษาโดยให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถในการวิเคราะห์พฤติกรรมในอดีตของเรา สร้างรูปแบบการทำงานต่างๆได้ด้วยตัวมันเองโดยอ้างอิงรูปแบบการกระทำของมนุษย์ และใช้ประโยชน์จากมันในการช่วยมนุษย์ตัดสินใจ 

ยกตัวอย่าง AI ที่น่าสนใจก็คงจะหนีไม่พ้น อัลฟาโกะ ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Deepmind ซึ่งสามารถเอาชนะนาย อี เซดอล เซียนหมากล้อม ชาวเกาหลีใต้ ผู้มีผลงานระดับโลกมากมาย ในช่วงเดือนมีนาคม ปี พ.ศ.2559

นาย เดมิส ฮัสซาบิส หัวหน้าคณะผู้บริหารของบริษัท Deepmind ผู้พัฒนาอัลฟาโกะ กล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์ตัวนี้เสริมทักษะของตัวเองด้วยการศึกษาเกมการเล่นในอดีต และย่อยรูปแบบการเล่นออกมา “มันเล่นโกะกับตัวเอง ในรูปแบบที่แตกต่างกันนับล้านล้านครั้ง และเก่งขึ้นทีละเล็กละเล็กน้อยในแต่ละครั้ง มันเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวมันเอง” (อ้างอิงข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th)

สมองเปรียบเหมือนมัดกล้ามเนื้อ เพราะมันสามารถเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตามวิธีที่เราใช้ ยิ่งเราใช้มันน้อยเท่าไหร่ เรายิ่งเก็บข้อมูลได้น้อยเท่านั้น และยิ่งเราตัดสินใจน้อยลงเมื่อไหร่ ความอ่อนแอก็ยิ่งคืบคลานเข้ามาใกล้มากขึ้น

เราจำเป็นต้องฝึกฝนสติ หมั่นออกกำลังสมอง เพื่อสร้างสมองให้งอกงามต่อไป

เพราะว่า ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่น่ากลัวกว่าคอมพิวเตอร์จะฉลาดกว่าเรา มันก็คือ “เรากำลังโง่เขลากว่าพวกมัน”

การฝึกจดจำข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น เป็นการฝึกออกกำลังสมองส่วนความจำนั่นเอง และการที่เราจะตั้งสมมติฐาน หรือตั้งคำถามต่างๆได้ เราจำเป็นต้องมีข้อมูลมากพอ ถึงแม้ไอน์สไตน์จะบอกว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ แต่จินตนาการเหล่านั้นควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลด้วย

“การเริ่มต้นตั้งคำถามโดยปราศจากกรอบข้อมูลย่อมไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร” 

“REMEMBER MORE INFORMATION” 

คุณแน่ใจแล้วหรือไม่? ว่าคุณมีข้อมูลที่จำเป็นในหัวแล้ว เพื่อที่คุณสามารถเรียกใช้มันได้ในเวลาที่คุณต้องการ

มีการศึกษาพบว่า เราจะจดจำสิ่งต่างๆน้อยลง ถ้าเรารู้ว่ามันถูกบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว เพราะคุณจะคิดว่า ทำไมคุณต้องพยายามจำสิ่งเหล่านั้นด้วย ทั้งๆที่คุณสามารถค้นหามันได้ง่ายๆ

ดังนั้นเมื่อคุณพบสิ่งที่น่าสนใจในโลกออนไลน์ นอกจากบุ๊กมาร์ค หรืออัดคลิปลงในโน้ตบุ๊คแล้ว ให้ทบทวนข้อมูลเหล่านั้นใหม่ด้วยมือของคุณ คือเขียนมันลงไปในสมุดโดยใช้คำพูดของคุณเอง นี่เป็นการบังคับให้คุณต้องทำความเข้าใจ และกระตุ้นการทำงานของสมองมากขึ้น

มีการศึกษาพบอีกว่า คนที่จดบันทึกลงโน้ตบุ๊คจะจดจำข้อมูลได้น้อยกว่าคนที่บันทึกด้วยการเขียน ดังนั้นการทำความเข้าใจและสรุปความ ดูเหมือนจะทำให้สมองจดจำได้ถาวรมากขึ้น

คุณอาจต้องการวาดภาพหรือแผนผังเพื่อถ่ายทอดแนวคิดเป็นภาพ สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนจดจำภาพ ซึ่งจะทำให้คุณเรียกใช้ข้อมูลได้ง่ายขึ้น

หากคุณไม่จดจำข้อมูล เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องการเรียกใช้มัน ก็เหมือนกับว่าคุณไม่เคยเห็นข้อมูลเหล่านั้นมาก่อนเลย

Copyright © 2018. All rights reserved.