Wonder Teacher ครูแจ้ ผู้มองว่าทุกอย่างเป็นไปได้

แม้ต้องสูญเสียคนรัก แต่กลับไม่เคยเสียศูนย์ ทั้งยังทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบจนได้รับรางวัลครูทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) จนใครๆต่างก็ยกย่องให้เป็น Wonder Teacher ครูผู้มองว่าทุกอย่างเป็นไปได้

พูดคุยกับ “ครูแจ้” วิไลลักษณ์ ประเทศรัตน์ แม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องทำหน้าที่ ครู แม่ และ พ่อ ในเวลาเดียวกัน

สังเกตเห็นครูแจ้ทำงานหนักมาตลอดและต้องเลี้ยงลูกๆเองด้วยในฐานะที่ครูแจ้เป็นทั้งครูพ่อและแม่มีเรื่องไหนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยดูแลครูแจ้ได้บ้าง?

เพราะว่าฐานสำคัญของเรา กำลังใจสำคัญของเราก็คือลูกเรา อยากฝากถึงระดับสูงที่ดูแลเราอยู่ เพราะครอบครัวคือกำลังใจสำคัญ ที่เราจะทำงานในหน้าที่ของตัวเอง ในฐานะครูผู้สอน หน้าที่พิเศษ หน้าที่ให้กับทางโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างตัวเอง เป็น Single mom ที่ต้องดูแลลูกทั้ง 2 คน ตั้งแต่เค้าเล็กๆ 

พวกสวัสดิการที่อยากให้ดูแลก็คือ เรื่องของการศึกษา เพราะว่า ลูกเรา เราก็อยากให้เหมือนผู้ปกครองทั่วไป ก็คือ ได้เรียนในสถาบันที่ดีๆ ในหลักสูตรที่ดี แต่หลักสูตรที่ดี บางสถาบันก็ค่อนข้างจะแพง ถ้าเรามีคนช่วยดูแลเราบ้าง มีเรื่องของค่าใช้จ่าย มีอะไรบ้าง ที่อาจจะไม่มาก ก็คือปรับไปตามสภาพของเศรษฐกิจ อันนี้ยังคงเดิมมาตลอด ก็อยากให้ปรับบ้าง

ในการปรับวิทยฐานะ ที่จริงแล้วเรื่องเอกสารพวกนี้ ถ้าคุณครูที่เค้าเก่งจริงๆ ที่เค้าสอนเก่ง ถ่ายทอดอะไรเก่ง เรื่องเอกสารพวกนี้ เค้าอาจจะไม่ได้เตรียมเต็มที่ ซึ่งเราเรียนปริญญาตรี เราไม่ได้เรียนลึกซึ้งเรื่องของการทำวิจัย ก็เลยก่อนจะส่งผลงาน ยื่นส่งผลงานด้วย เรียนต่อปริญญาโทด้วย เพื่อที่จะให้ตัวเองได้เรียนรู้ ว่าจะต้องทำยังไงในการทำวิจัย ซึ่งงานที่ส่ง ก็จะเป็นงานที่เราใช้กับเด็กมาตลอด ซึ่งเราทำวิจัยโดยที่ไม่รู้ตัวว่าเราทำวิจัยอยู่กับเด็ก แต่เราไม่สามารถที่จะรวบรวมตามรูปแบบ 

“งานวิจัยบางส่วน คุณครูเค้าทำอยู่แล้ว แต่เค้าไม่ได้ออกเป็นเอกสาร ไม่น่าจฟิกว่าจะต้องเอาเอกสารส่งอะไรเยอะแยะมากมาย” 

มีช่วงหนึ่งที่ครูแจ้ต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างไปพร้อมๆกันช่วงนั้นเป็นอย่างไรบ้างคะ?

เป็นช่วงที่เหนื่อยมาก เพราะว่าทั้งสอน ทั้งเรียนต่อปริญญาโท ทำผลงานวิชาการ เลี้ยงลูกอีก 2 คน แล้วดูแลสามีด้วย คือ 5 อย่างในเวลาเดียวกัน “สำคัญคือ สุขภาพ ต้องทำตัวเองให้เข้มแข็งที่สุด ฉันจะป่วยไม่ได้ ฉันจะเป็นอะไรไม่ได้” แต่ว่ากำลังใจสำคัญคือสามีเอง เค้าจะเข้าใจแล้วว่า ช่วงไหนเราทำอะไรอยู่ เค้าก็พยายามช่วย ช่วยเราทุกอย่างเลย แล้วลูกก็จะช่วยได้ ลูกเค้าก็ช่วยล้างขวดนม ทำอะไรให้ คือพยายามช่วยให้มากที่สุด เพราะเค้าเห็นเราทำงานหนัก

ครูแจ้คิดว่าสิ่งสำคัญในการทำงานคืออะไรคะ?

หลักๆคือการบริหารเวลา ต้องแบ่งจัดสรรเวลาว่า ช่วงไหนจะเป็นของลูก ช่วงไหนเป็นช่วงที่เราต้องทำงานพิเศษ ช่วงไหนที่เราต้องเตรียมการสอน ช่วงไหนที่ต้องดูแลตัวเอง เพราะถ้าตัวเราเองสุขภาพดี แล้วก็ไม่เครียด มันก็ส่งผลให้เราทำงานได้ คิดได้คล่อง ทำอะไรได้เร็วขึ้น พยายามทำทุกอย่างให้มันสอดคล้องกัน

ความสุขในห้องเรียนเกิดมาจากอะไร?

เวลาเราสอนเด็ก เราก็จะนึกถึงลูกเรา เพราะฉะนั้นเด็กจะรัก ที่สำคัญเวลาเราสอน เทคนิคที่เราใช้ คือเด็กเป็นเด็ก ม.ต้น เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดว่าเค้ามีความสุข  เหมือนกับว่า เห็นเราเป็นแม่ เค้าจะทำงานให้เราโดยที่ไม่มีเงื่อนไข เหมือนการบ้าน เหมือนงาน เรียน เค้าจะเชื่อฟังเรา ถ้าเค้ามีปัญหา จะไม่เคยเอ็ดเลย ยกเว้นว่า ค้างงานหรืออะไรเยอะจริงๆ ที่เอ็ดไปก็ต้องบอกเหตุผลว่า ทำไมครูต้องเอ็ด “ครูเห็นหนูเป็นลูกครูนะ ถ้าเป็นแบบนี้ ครูเป็นแม่ แล้วนึกถึงแม่หนูซิ จะเกิดอะไรขึ้น” 

สังเกตเห็นเวลาครูแจ้เดินไปไหนก็จะมีเด็กๆจะทักทายสวัสดีครูแจ้อยู่บ่อยๆ

เด็ก ม.6 ทำไมรู้จักเรา สวัสดีเรา ก็คือมันผูกพันตั้งแต่ตอน ม.1 พอ ม.2 ปุ๊บ เทคนิคอย่างหนึ่งคือ จำชื่อเล่นเค้าให้ได้ รู้ว่าคนนี้มีจุดเด่นอะไร ทักเค้า

อยากให้ครูแจ้แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับวิธีรับมือกับงานพิเศษให้ครูรุ่นน้องหน่อยค่ะ

ศึกษาให้แม่น ทำให้เรารู้ลึก เราก็จะสามารถที่จะทำงานได้ สำเร็จได้ และที่สำคัญคือ เรื่องของสุขภาพร่างกายเราและครอบครัว จัดสรรเวลาให้ได้ พอรับงานปุ๊บจะต้องรีบนึกรีบเคลียร์ตัวเองแล้วว่า ช่วงนี้ฉันจะต้องทำให้เสร็จ เป็นสเต็ป สเต็ป สเต็ป คือต้องแจ้งลูกก่อนว่าแม่มีงานด่วนที่จะต้องทำ และต้องเสร็จด้วย

เพราะงั้นลูกจะเข้าใจว่า ช่วงไหนที่แม่ต้องทำงาน เค้าจะไม่กวน เค้าจะดูแลตัวเองได้ ก็คือถึงบ้านปุ๊บทำอะไร 2 ทุ่มครึ่งแม่ต้องรีบทำงานละ ทุกคนต้องเคลียร์ เข้าห้องหรือทำอะไรให้เสร็จภายใน 2 ทุ่มครึ่ง แต่ถ้าทำงานดึก ก็คืออยู่ได้วัน 2 วัน ช่วงที่ตี1 ตี 2 แล้วต้องตื่นเช้า พอจบปุ๊บ เราจะหยุดหมดเลย อีกวันเราก็จะหยุดเพื่อดูแลตัวเอง พอดูแลตัวเองปุ๊บ ก็กลับมาทำใหม่

“บางคนบอกว่าจริงจังมากนะ แต่ว่าที่จริงจังคืออยากให้งานออกมาดี และที่สำคัญ พองานออกมาดีตัวเองจะรู้สึกสบายใจ รู้สึกแฮปปี้”

ร่างกายที่ดีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างไรบ้างคะ?

ถ้าร่างกายไม่พร้อม หรือว่าสุขภาพเราไม่ดี มันจะส่งผลถึงความคิดเราด้วย เรื่องการคิด เรื่องการทำงานด้วย การแก้ปัญหาด้วย แล้วก็ส่งผลถึงลูก คือส่งผลทุกอย่างเลย เพราะฉะนั้น หลักสำคัญคือ ต้องทำตัวเองให้พร้อม พร้อมที่จะดูแลลูก พร้อมที่จะทำงานพิเศษ พร้อมที่จะเตรียมการสอน วันนี้จะต้องได้งานชิ้นนี้ๆ และพยายามทำให้เสร็จ พอทำเสร็จปุ๊บ เราจะแบ่งเวลาให้ตัวเอง ช่วงนี้ก็คือจะไม่รับงาน หรือไม่ทำอะไรเลย ก็ให้ออกกำลังกายเต็มที่ 

กำลังใจในการทำงานของครูแจ้

กำลังใจสำคัญคือครอบครัว ถ้าครอบครัวเราแฮปปี้ งานเราก็จะแฮปปี้ด้วย เราก็จะมีความสุขด้วย พลังใจเราก็จะมาด้วย แล้วพร้อมที่จะทำงานต่อไป เพราะฉะนั้น ครอบครัวก็คือกำลังใจสำคัญ

ครูแจ้มีวิธีฝึกฝนความรับผิดชอบให้ลูกอย่างไรบ้างคะ?

เรามีวิธีเลี้ยงลูกก็คือ ถ้าเค้ารับผิดชอบ เหมือนเราสอนเด็ก ถ้าเค้ารับผิดชอบ เค้าทำอย่าง แม้ว่าเค้าจะเรียนเก่งหรือไม่เก่ง แต่หลักๆคือขอให้รับผิดชอบไว้ก่อน ‘เพราะว่างานทุกอย่าง ถ้าคุณขาดความรับผิดชอบ งานก็จะไม่สำเร็จ” ก็จะจัดสรรเวลาให้ลูก แล้วก็ฝึกวินัยลูก ก็คือแบ่งช่วงเวลา ว่าช่วงนี้ต้องทำอะไร ช่วงนี้ต้องทำอะไร

ฝึกเค้าตั้งแต่เด็กๆ แม้แต่ทานข้าว ช่วงนี้ต้องทานข้าว ช่วงนี้ต้องทำอะไรคือเป็นสเต็ปให้เค้าตั้งแต่เด็กๆ เวลาเราให้งานเด็กๆ เราก็จะเป็นสเต็ปๆเหมือนกัน ให้เค้าดูแลตัวเองได้ เค้ารู้เองได้ รู้หน้าที่ พอรู้หน้าที่ เราก็จะมีเวลาให้กับตัวเอง มีเวลาให้สำหรับการเรียนการสอน มีเวลาให้กับงานพิเศษด้วย 

ช่วยบอกได้มั้ยคะว่าครูแจ้แบ่งหน้าที่ให้เด็กๆอย่างไรบ้าง

ก็จะแบ่งหน้าที่ในการทำงานบ้าน ช่วงไหนวันไหน วันจันทร์ อังคาร พุธ เป็นหน้าที่ของใครที่ต้องล้างถ้วยจาน เปิด-ปิดประตูบ้าน 

จันทร์ อังคาร พุธ จะเป็นหน้าที่ของซันเดย์ ลูกสาวคนโต ส่วนพฤหัส ศุกร์ เสาร์ จะเป็นหน้าที่ของอันวา คนน้อง

ส่วนวันอาทิตย์ อยากให้เค้าอาสาเองว่าใครจะเป็นคนเปิดให้แม่ ไม่ให้เค้าเกิดความเหลื่อมล้ำกัน เค้าจะได้รู้หน้าที่เค้าเองว่าเค้ามีหน้าที่ 3 วัน อีกวันนึงก็จะขอจิตอาสา ใครจะช่วยแม่เปิด-ปิดประตู ใครจะช่วยแม่ล้างถ้วยจานบ้าง แต่เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะซักแล้วให้เค้าเป็นคนแขวน แขวนแล้วก็เก็บ 

เหมือนครูแจ้จะเป็นคนที่ชัดเจนนะคะเพราะมีการสื่อสารตรงไปตรงมามีเหตุผลทำให้เด็กๆเข้าใจในสิ่งที่ครูแจ้กำลังทำ

เค้าก็จะรู้ว่าแม่ต้องทำงานคนเดียว แล้วต้องดูแลลูกอีก 2 คน เพราะฉะนั้น งานแม่ก็คือเงินที่จะกลับมาดูแลลูก พยายามบอกเค้าว่า นี่คืองานก็คือเงินที่จะกลับมา ช่วงนี้แม่ทำงาน ถ้าเกิดว่า ไม่มีสมาธิ ทำไม่ดี ไม่มีเวลาให้เต็มที่ ลูกก็ยุ่งก็กวน   ถามว่างานแม่จะเสร็จเร็วมั้ย คือพยายามจะให้เหตุผลเค้าว่า ทำไมแม่ต้องทำช่วงนี้ ทำไมกวนไม่ได้ เพื่อที่จะให้เค้าฝังไว้ด้วยว่า ขณะที่คนอื่นเค้าทำงาน เราก็อย่ากวน เหมือนที่เราทำงานก็ต้องมีสมาธิกับงาน “ถ้าทำ ทำเต็มที่ หยุด หยุดเต็มที่ ทำทุกอย่างเต็มที่หมดเลย” ทั้งเวลาพักของตัวเอง คือวันนี้ฉันจะพักละ ไม่ทำอะไรเลย ฉันจะนอนทั้งวัน นอนเลย เพื่อให้สมองตัวเองกลับมา ฉันจะเล่นกีฬาจนเหงื่อออกเต็มที่เลย ให้มันหลุดออก แล้วก็ค่อยกลับมาทำใหม่

บทสัมภาษณ์ครูแจ้ บน youtube

Copyright © 2018. All rights reserved.